ยาว 1 นาที

10 วิธีเตรียมตัวเป็นคุณแม่ ต้องทำอย่างไร

วันที่ผู้หญิงรู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์และกำลังจะกลายเป็นแม่คน หลายคนต้องรู้สึกทั้งตกใจ ตื่นเต้น วิตก และกังวล หลากหลายอารมณ์ผสมปนเปกัน แต่การรู้สึกแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรเลย เพียงแค่คุณแม่มือใหม่ ต้องเริ่มที่จะเรียนรู้วิธีเตรียมตัวที่ถูกต้อง ทั้งการปฏิบัติตัว อาหารการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงเรื่องอื่นๆ ให้พร้อมสำหรับเจ้าตัวน้อย ไม่ว่าจะเป็น

1. ลดกิจกรรมที่เสี่ยง

ลดการแต่งหน้า ทาเล็บ ทำผม ช้อปปิ้ง ดูหนัง ใส่รองเท้าส้นสูง สปา คอนเสิร์ต ออกกำลังกาย ดูซีรีย์ ดูละครตอนดึก คาเฟอีน แอลอกอฮอล์ บุหรี่ ห้ามเดินทางไกล ยกของหนัก ขึ้นลงบันได หลีกเลี่ยงการทำงานหนักและเครียด

2. ฝากครรภ์

คุณหมอแนะนำให้ว่าที่แม่มือใหม่ฝากครรภ์ทันทีที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ทั้งนี้ก็เพราะสามเดือนแรกเป็นช่วงเฝ้าระวัง เพราะจะมีโอกาสความเสี่ยงในการแท้งลูกสูง การได้ฝากครรภ์จะช่วยให้คุณแม่ได้รับการตรวจเช็คประเมินร่างกาย คุณหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองทั้งในกรณีที่มีร่างกายปกติและไม่ปกติ

3. กินอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ

สามเดือนแรก ควรเน้นโปรตีน แคลเซียม และธาตุเหล็ก หลังจากนั้นค่อยปรับอาหารการกินให้หลากหลายและทานให้ครบ 5 หมู่ ไม่ควรทาน ไขมัน น้ำตาล แป้งเยอะจนเกินไป เพราะจะกลายเป็นไขมันสะสมและเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานได้ และควรน้ำดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

4. วิธีคลอดลูก

แม่แต่ละคนกังวลเกี่ยวกับวิธีคลอดลูกแตกต่างกันไป บางคนกลัวเจ็บไม่อยากคลอดเอง บางคนอยากคลอดเองเพราะอยากรู้ว่าเจ็บคลอดเป็นยังไง วิธีผ่าคลอดเป็นวิธีที่ค่อนข้างกำหนดแผนได้แน่นอนกว่าคลอดธรรมชาติ เพราะหาฤกษ์ผ่าคลอดได้ ส่วนคลอดธรรมชาตินั้นไม่สามารถกำหนดวันเวลาแน่นอนได้ บางครั้งแม้อยากจะคลอดเองแต่เมื่อถึงเวลาอาจจะต้องผ่าคลอดก็ได้ คลอดแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

5. คนดูแลลูก

เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะหลังจากที่แม่ลาคลอด 3 เดือน หลังจากนั้นหากแม่ต้องกลับไปทำงานเด็กต้องมีคนดูแลในเวลากลางวัน ดังนั้นจึงต้องเลือกว่าพ่อแม่จะดูแลเอง หรือให้ญาติ ๆมาช่วยดู หรือส่งเนอสเซอรี่ เป็นต้น

6. ตั้งชื่อลูก

การตั้งชื่อลูกก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะต้องใช้ทำเอกสารระบุตัวตนของลูก เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทั้งนี้แม่สามารถคัดเลือกทั้งชุดของชื่อเล่นและชื่อจริงได้ตั้งแต่รู้เพศของลูก อย่าลืมตกลงกันเรื่องนามสกุลว่าจะให้ใช้นามสกุลของใครด้วย เพื่อไม่ให้ฉุกละหุกในช่วงหลังคลอด

7. การเงิน

วางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายและรายได้ โดยประเมินออกมาว่าก่อนคลอดและหลังคลอดจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าฝากครรภ์ ค่าเสื้อผ้าของแม่ ค่าเสื้อผ้าลูก ค่าผ่าคลอด ทำประกันสุขภาพ รวมถึง วางแผนลดค่าใช้จ่ายและเก็บออมสำหรับใช้จ่ายหลังคลอด ประเมินรายได้ว่าเพียงพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ จำเป็นต้องหารายได้เพิ่มหรือไม่ เป็นต้น เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นไม่ติดขัด

8. จัดตารางเวลาหยุดงาน

สิ่งที่ว่าที่แม่มือใหม่ต้องกังวลมีเยอะอยู่แล้ว เรื่องไหนที่จะลดความกังวลได้ให้รีบทำ เมื่อรู้กำหนดคลอด แม่ควรเริ่มเคลียร์งาน หรือมอบหมายงาน ให้เหลืองานที่รับผิดชอบน้อยที่สุด แม่จะได้รู้สึกเครียดน้อยลง ส่งผลดีทั้งต่อตัวแม่และลูก

9. เตรียมใจ

ว่าที่คุณแม่มือใหม่รู้ดีอยู่แล้วว่าชีวิตระหว่างการตั้งครรภ์และหลังคลอดจะเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่ควรเป็นกังวลให้มากไป หากรู้สึกวิตกกังวลเรื่องไหนให้รีบหาความรู้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นทันที เพราะการมีความรู้จะทำให้ช่วยลดความกังวลของคุณแม่ลงได้ ที่สำคัญคุณแม่ต้องหากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำ เช่น ทำงานอดิเรกที่ชอบ นัดเจอพูดคุยกับเพื่อน ไม่ปล่อยให้ตัวเองว่างจนฟุ้งซ่าน เป็นต้น

10. พักผ่อนให้เพียงพอ

คนท้องต้องพักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แม่ที่นอนน้อยจะทำให้คลอดธรรมชาติได้ยาก เสี่ยงต่อการต้องผ่าคลอด เสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ และเด็กโตช้า ซึ่งอันตรายต่อทั้งตัวแม่และลูกในท้อง

นอกจากการเตรียมตัวทั้ง 10 ข้อที่ว่าแล้วนั้น อยากแนะนำให้แม่ ๆเตรียมของอีกอย่างหนึ่ง คือ เข็มขัดพยุงครรภ์ การตั้งครรภ์ทำให้แม่ประสบปัญหาพุงย้อย สะโพกขยาย และท้องลาย ยิ่งตอนท้องโตจะรู้สึกอึดอัดเมื่อเดิน ยืน นั่งนาน ๆ รู้สึกหนักและหน่วงท้อง การใช้เข็มขัดพยุงครรภ์จะช่วยให้ลุกเดินได้นานและสะดวกขึ้น ลดอาการปวดหลัง ที่สำคัญลดปัญหาหน้าท้องแตกลายได้อีกด้วย